5 วิธีกำจัด กลิ่นเหม็นในคอก สัตว์ได้ง่าย ๆ นำไปใช้ได้ทุกฟาร์ม

กลิ่นเหม็นในคอก
Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin

คงไม่ใช่เรื่องสนุก ของบรรดาเจ้าของฟาร์มสัตว์ทั้งหลายแน่ ๆ เวลาที่ต้องพบเจอกับปัญหาการกำจัด กลิ่นเหม็นในคอก ที่ทำเท่าไหร่ก็ไม่จบสิ้น จนก่อให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมาเป็นพรวน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแมลงวันฝูงใหญ่ ที่กลายเป็นพาหะแพร่เชื้อสกปรกให้กระจายไปทั่วคอก ทำให้ปริมาณสัตว์ป่วยจากการติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้น เปลืองค่าดูแลรักษา ผลกำไรลดลง หนัก ๆ เข้าอาจก่อความรำคาญแก่ เพื่อนบ้านใกล้เคียงจนเกิดการฟ้องร้อง เป็นคดีความทางกฎหมายตามมา

               แต่วิธีที่สามารถช่วยกำจัดกลิ่นเหม็นเจ้าปัญหานี้ จริง ๆ ก็มีหลายทางให้เลือก ทั้งการเลือกใช้สารดักจับกลิ่นเหม็นต่าง ๆ ที่อยู่ในคอกสัตว์ การใช้โรงเรือนแบบระบายอากาศไปในทิศทางเดียว การชะล้างนำมูลสัตว์ลงบ่อหมักแก๊สชีวภาพ การใช้สมุนไพรกำจัดกลิ่น และการใช้จุลินทรีย์ Bactocel 4001 โดยการเลือกใช้แต่ละวิธีก็ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยและความจำเป็นในการของแต่ละพื้นที่

5 วิธีกำจัดกลิ่นเหม็นคอกสัตว์ ช่วยป้องกันปัญหามากมายในฟาร์ม

               ถ้าไม่อยากกลิ่นเหม็นคอกวัวเพียงไม่กี่วัน ลุกลามกลายเป็นปัญหาใหญ่ไม่รู้จบที่ยากจะรับมือ นี่คือ 5 วิธีดับกลิ่นที่น่าใจที่เราอยากให้คุณได้ลองนำไปปรับใช้กันดู

  1. ใช้สารช่วยดักจับกลิ่นเหม็นต่าง ๆ

               กลิ่นเหม็นคอกวัวเกิดจากการหมักหมมและเกิดการสร้างแก๊สต่าง ๆ เช่น แอมโมเนีย ไฮโดรเจนซัลไฟด์ เป็นต้น การใช้สารที่มีคุณสมบัติดักจับแก๊สเหล่านี้ไว้ได้ ก็ช่วยลดกลิ่นเหม็นจากมูลสัตว์ได้เช่นกัน ซึ่งวิธีการใช้ค่อนข้างสะดวกและเห็นผลได้เร็ว แต่อาจจะต้องโรยผลดักจับกลิ่นอยู่บ่อยครั้ง ทำให้สิ้นเปลืองเวลา แรงงาน และต้นทุนเสียหน่อย

  • โรงเรือนเลี้ยงสัตว์แบบระบายอากาศไปในทิศทางเดียว

               ในกรณีของฟาร์มสัตว์มูลค่าสูงอย่างสัตว์ที่ถูกเลี้ยงเพื่อเป็นพ่อแม่พันธุ์ การลงทุนสร้างโรงเรือนแบบระบายอากาศไปทางเดียวเพื่อไม่ให้กลิ่นฟุ้งกระจายภายในคอก ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีกำจัดกลิ่นเหม็นที่ได้ผลชะงัด ทั้งยังช่วยเรื่องของการควบคุมอุณหภูมิสิ่งแวดล้อมรวมถึงปัจจัยภายนอกต่าง ๆ ได้อย่างง่าย ช่วยให้สัตว์เลี้ยงรู้สึกสบายตัว ไม่เครียด และผลผลิตดี แต่ข้อเสียของระบบนี้ก็คือต้องใช้เงินทุนสูงในการดูแลรักษาระบบ และจำเป็นต้องมีพื้นที่ฟาร์มที่ห่างไกลชุมชน เพราะกลิ่นที่ถูกพัดออกจากคอกอาจรบกวนชุมชนจนกลายเป็นปัญหาตามมาได้

  • การชะล้างมูลสัตว์ลงบ่อหมักแก๊สชีวภาพ

               หากกำจัดอย่างไรก็ไม่รู้จักหมด บางทีการนำเจ้ากลิ่นเหม็นคอกวัวนี้มาใช้สร้างประโยชน์คืนกำไรให้ฟาร์มก็ดูจะเป็นทางออกที่น่าสนใจไม่ใช่น้อย เพียงลงทุนทำบ่อหมักชีวภาพแล้วกวาดล้างมูลสัตว์ที่เกิดขึ้นทุกวันลงไปในบ่อนี้ แก๊สชีวภาพที่ถูกหมักขึ้นสามารถนำมาผลิตใช้เป็นเชื้อเพลิงที่ใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย เช่น กรณีการนำเชื้อเพลิงจากบ่อหมักในคอกหมูมาช่วยต้มน้ำอุ่นเพื่อใช้ในคอกอนุบาลสัตว์ นอกจากจะช่วยกำจัด กลิ่นเหม็นในคอก สัตว์ได้ ยังได้ประโยชน์กลับมาใช้เต็ม ๆ

  • การใช้สมุนไพรกำจัดกลิ่น

               สำหรับคอกที่มีแนวคิดการเลี้ยงสัตว์ แบบชีวภาพและไม่ต้องการนำสารเคมีใด ๆ มาใช้ในกระบวนการผลิต การเลือกใช้ประโยชน์การสมุนไพร กำจัดกลิ่นก็เป็นทางที่น่าจะเหมาะ นอกจากนี้ยังมีสมุนไพรหลายชนิด ที่มีสารช่วยไล่แมลงวันไปพร้อมกัน เช่น มะกรูด ตะไคร้ ดาวเรือง เป็นต้น เรียกได้ว่าทั้งช่วย กำจัดกลิ่นในคอก ทั้งได้วิธีกำจัดแมลงวันกวนใจไปพร้อมกัน เหมาะสำหรับฟาร์มสัตว์ขนาดไม่ใหญ่มาก เนื่องจากน้ำยาดับกลิ่นจากสมุนไพรต้องฉีดซ้ำสม่ำเสมอ ยากแก่การดูแลในพื้นที่ขนาดใหญ่

  • ใช้จุลินทรีย์ Bactocel 4001

               การเลือกใช้กลุ่มจุลินทรีย์ดีมาช่วยย่อยสลายสิ่งปฏิกูลและมูลสัตว์ จัดเป็นวิธีที่ค่อนข้างประหยัดและได้ผลในระยะยาว โดยภายหลังการฉีดพ่นลงบนกองมูลสัตว์ที่ส่งกลิ่นเหม็น ผู้ใช้จะสามารถเห็นผลได้ภายใน 1 สัปดาห์ว่าปัญหากลิ่นเหม็นจะค่อย ๆ ลดลงจนไม่รู้สึกถึงกลิ่นเหม็นคอกวัวที่โชยฉุนสร้างความรำคาญใจเหมือนเช่นเคย นอกจากนี้ภายหลังที่ปัญหากลิ่นหมดไปแล้ว จุลินทรีย์ยังสามารถขยายพันธุ์ต่อเพื่อคอยย่อยสลายมูลสัตว์บริเวณนั้นต่อไปได้เรื่อย ๆ ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาดูแลจัดการบ่อยครั้งเหมือนเช่นวิธีอื่น ๆ วิธีนี้จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผลการกำจัดกลิ่นในระยะยาวโดยไม่ต้องเสียเวลาดูแลบ่อยครั้ง

แค่กำจัดกลิ่นเหม็นได้ ก็กำจัดปัญหาร้ายได้สารพัด

               กลิ่นเหม็นคอกวัวอันเกิดจากการหมักหมมของทั้งมูลสัตว์และสิ่งปฏิกูลต่าง ๆ จนเกิดเป็นแก๊สเหม็นเน่าต่าง ๆ ตามมา ชักชวนให้บรรดาแมลงที่ชอบบินตอมของเน่าของเสียพากันบินเข้ามาแพร่เชื้อโรคมากมาย ทั้งยังเป็นอาหารชั้นดีให้กับแบคทีเรียตัวร้ายอันเป็นสาเหตุของโรคสารพัด อีกทั้งแก๊สเหม็นที่เกิดขึ้นยังทำให้วัวที่เลี้ยงเกิดความระคายเคืองตาและทางเดินหายใจ ติดโรคทาอากาศได้ง่าย ใช้ชีวิตไม่มีความสุข เครียด จนผลผลิตตกต่ำ และมีอัตราการป่วยการตายที่สูงขึ้น ดังนั้นคงไม่ได้เกินเลยไปหากจะกล่าวว่า การกำจัดกลิ่นเหม็นเป็นเรื่องใหญ่ที่เราต้องใส่ใจเป็นอันดับต้น ๆ ในการเลี้ยงสัตว์

               หากวันนี้คอกของคุณกำลังเผชิญปัญหาเรื่องของการกำจัดกลิ่นเหม็นอยู่เช่นกัน ลองเลือกดูว่าวิธีไหนที่เหมาะนำไปใช้ เพราะปัญหาเรื่องของกลิ่นนั้นเป็นปัญหาใหญ่ ถ้าเราไม่รีบจัดการให้อยู่หมัดเสียตั้งแต่ต้น อาจจะต้องเสียทั้งเงินทั้งเวลาอีกมากมายในการตามแก้ปัญหาอื่นอีกไม่รู้จบ