5 วิธี บำบัดน้ำเสีย ทำอย่างไรให้ง่ายที่สุด และได้ผลจริง

วิธี บำบัดน้ำเสีย ได้ผล
Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin

               ใครที่เคยประสบปัญหา น้ำเสีย ส่งกลิ่นเหม็นกวนใจ คงทราบเป็นอย่างดีว่า มันกระทบกับชีวิตที่มีความสุขของเราเหลือเกิน นอกจากจะเป็นมลภาวะทางกลิ่น ยังเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคร้าย ที่สร้างโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ แต่รู้หรือไม่ว่าการแก้ไขปัญหานี้ ไม่ได้เป็นเรื่องยากอย่างที่คิด แม้จะไม่มีทุนสร้างระบบ บำบัดน้ำเสีย ที่มีประสิทธิภาพสูง แต่เราก็ยังมีอีกหลายวิธีตัวช่วยที่สามารถช่วยบำบัดน้ำเสียได้ในราคาไม่แพง และไม่ยุ่งยากมาให้เลือกใช้ ไม่ว่าจะเป็นวิธีการทางกายภาพ ที่ช่วยแยกของเสียที่สะสมอยู่ในน้ำเน่าเหม็นให้ลดจำนวนลง ในระยะเวลาอันรวดเร็ว อย่างการใช้ตะแกรงดักจับของเสีย การใช้สารเร่งการตกตะกอนของเสีย การเพิ่มพืชน้ำช่วยดักจับของเสีย หรือการเติมออกซิเจนเข้าน้ำเสียโดยตรง หรือวิธีทางชีวภาพที่พึ่งพา จุลินทรีย์ธรรมชาติที่เป็นที่นิยมอยู่ในปัจจุบัน อย่าง Bactocel 2001 เพื่อช่วยให้การย่อยสลายของเสีย และควบคุมสมดุลคุณภาพน้ำอย่างยั่งยืน ซึ่งการ บำบัดน้ำเสีย ด้วยวิธีการดังที่กล่าวมานั้น สามารถทำได้ไม่ยาก และควรเลือกใช้วิธีหลายวิธีร่วมกัน ตามความเหมาะสมของแหล่งน้ำ เพื่อช่วยให้การบำบัดน้ำได้ผลดี มีประสิทธิภาพสูงสุด

กำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ทันใจ ด้วย 5 วิธี บำบัดน้ำเสีย ที่ทั้งง่ายทั้งประหยัด

               หากวันนี้คุณก็เป็นอีกหนึ่ง คนที่กำลังกังวลกับปัญหาน้ำเสีย ที่ส่งกลิ่นเหม็นชวนฝันร้าย และคิดไม่ตกว่าควรเริ่มต้นจัดการกับ ปัญหาน่าปวดหัวนี้อย่างไร นี่คือ 5 วิธีจัดการน้ำเสีย แบบไม่ยากที่เราอยากให้คุณเริ่มทำดูก่อน

  1. ใช้ตะแกรงตักหรือดักจับของเสียชิ้นใหญ่ ให้ออกมาจากน้ำเสียเหล่านั้น ให้มากที่สุด

เริ่มกันด้วยวิธีบ้าน ๆ แต่ต้องอาศัยความขยันกันเสียหน่อย โดยการขยันตักเอา ของเสียชิ้นใหญ่ออกจากน้ำเสีย อยู่เป็นประจำ เพื่อลดปริมาณของเสียที่ปนเปื้อนในน้ำไปเรื่อย ๆ เป็นวิธีบำบัดน้ำเสียทางกายภาพ ที่ช่วยเร่งเวลาการคืนสภาพของน้ำได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสำหรับการใช้ประกอบ การบำบัดน้ำร่วมกับวิธีการอื่น ๆ ทั้งหมด โดยใช้ตะแกรงตัก หรือดักจับของเสียไว้ตามทางเดินน้ำร่วมด้วย

  • ใส่สารเร่งการตกตะกอน ของเสียที่เจือปนในน้ำเสีย

อีกหนึ่งวิธีบำบัดน้ำเสีย อย่างมีประสิทธิภาพ คือการใส่สารเร่งการตกตะกอนกลุ่มประจุบวก เช่น สารส้ม หรือเกลือเหล็ก ไปเร่งการตกตะกอนของสารแขวนลอย ที่ละลายอยู่ในน้ำ ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นประจุลบ วิธีการนี้จะช่วยในการแยกของเสีย ที่เจือปนออกและเร่งให้น้ำกลับมาใสในเวลาที่รวดเร็ว แต่ก็มีข้อเสีย คือจำเป็นต้องใช้สารเร่งการตกตะกอน ในปริมาณมาก และต้องกวนน้ำให้ทั่วถึง จึงไม่เหมาะกับการบำบัดน้ำเสียปริมาณมาก

  • ปลูกผักตบชวา ช่วยดักกรองสารแขวนลอย ที่เจือปนในน้ำเสีย

วิธีบำบัดน้ำเสีย โดยอาศัยผักตบชวามาช่วย ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่น่าสนใจมิใช่น้อย เนื่องจากเป็นพืชลอยผิวน้ำ ที่มีรากแผ่กระจายใต้น้ำ ทั้งยังโตง่าย ทนแล้ง และขยายพันธุ์ได้เร็ว ทำให้ผักตบชวา กลายเป็นอีกหนึ่งพืชเทศบาลที่ใช้งาน ด้านการบำบัดน้ำเสียได้ดี แต่ก็ต้องคอยระวังกำจัดผักตบชวา ไม่ให้มีจำนวนมากเกินไป เพราะจะทำให้พืชใต้น้ำขาดแสงแดด เพื่อใช้สังเคราะห์แสงสร้างออกซิเจน ทำให้ออกซิเจนในน้ำลดลง และเพิ่มของเสียจากซากพืชใต้น้ำที่ตายอีก

  • ใช้ระบบเติมออกซิเจนลงน้ำ ช่วยให้จุลินทรีย์ บำบัดน้ำเสีย ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

               เนื่องจากออกซิเจนที่ละลายในน้ำ มีปริมาณน้อยกว่าออกซิเจนในอากาศมาก ในกรณีที่น้ำเน่าเสียซึ่งจุลินทรีย์บำบัดน้ำเสีย ตามธรรมชาติจำเป็นต้องใช้ออกซิเจน ในการย่อยสลายของเสียจำนวนมากกว่าปกติ การช่วยเติมออกซิเจนลงไปในน้ำเพื่อช่วยเพิ่มค่า DO (Dissolved Oxygen) จึงเป็นการช่วยให้จุลินทรีย์เหล่านี้ ทำการบำบัดน้ำเสียได้ดีขึ้น ซึ่งเป็นหลักการเดียวกับการใช้กังหันชัยพัฒนา ในทางการเกษตรนั่นเอง

  • เติมจุลินทรีย์บำบัดน้ำเสีย เพื่อช่วยย่อยสลายกากของเสีย

               การเติมจุลินทรีย์ บำบัดน้ำเสีย เข้าไปช่วยย่อยสายกากของเสียในน้ำ ที่เป็นสาเหตุของกลิ่นเน่าเหม็นโดยตรง ก็เป็นอีกวิธีที่ช่วย บำบัดน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะเมื่อกากของเสียในน้ำลดลง ทำให้ค่า BOD (Biological Oxygen Demand) , COD (Chemical Oxygen Demand) และ SS (Suspended Solids) ในน้ำลดลงตามไปด้วย เป็นวิธีที่ปลอดภัย เพราะไม่ทิ้งสารตกค้างในธรรมชาติ ตัวอย่างจุลินทรีย์ที่เป็น ที่นิยมในตลาดในปัจจุบัน เช่น Bactocel 2001 เป็นต้น

บำบัดน้ำเสีย
บำบัดน้ำเสีย

เลือกวิธีบำบัดน้ำเสียอย่างไรให้เหมาะสม กับปัญหาน้ำของคุณ

               ปัจจัยในการเลือกพิจารณา วิธีการบำบัดน้ำเสีย เพื่อจัดการปัญหาน้ำเน่าเหม็น ที่คุณกำลังเผชิญอย่างเหมาะสม โดยการคำนึงถึงปริมาตรของของน้ำ และความกว้างขวางของพื้นที่ผิวน้ำที่มี หากปริมาตรน้ำจำนวนน้อย การปลูกผักตบชวาอาจไม่เหมาะ หรือหากปริมาตรน้ำมาก การใช้สารเร่งการตกตะกอน ของเสียก็อาจเป็นวิธีที่สิ้นเปลืองเกินไป ทั้งนี้การใช้หลาย ๆ วิธีบำบัดน้ำอื่น ๆ เช่น การใช้ตะแกรงดักจับของเสีย และเติมจุลินทรีย์บำบัดน้ำเสีย มาประกอบกันในคราวเดียว ก็จะช่วยร่นระยะเวลา การบำบัดน้ำได้อย่างรวดเร็ว

               ลองนำ 5 วิธีช่วยบำบัดน้ำเสียเหล่านี้ ไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์น้ำ ที่คุณกำลังเผชิญอยู่ แล้วคุณจะพบว่าปัญหาน้ำเสีย ที่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องใหญ่ จริง ๆ แล้วแก้ไขได้อย่างไม่ยากเลย